ภาพรวมของบริการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ณ สถานประกอบการของลูกค้า
SGL ให้บริการบริหารจัดการสินค้าคงคลังแบบ On-site ณ สถานประกอบการของลูกค้าโดยตรง ช่วยให้สามารถควบคุมและดูแลสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังคลังสินค้าภายนอก
ทีมงานของเราปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของลูกค้า ครอบคลุมทุกกระบวนการสำคัญ ได้แก่ การรับสินค้า (Receiving) การจัดเก็บ (Storage) การหยิบสินค้า (Picking) การบรรจุ (Packing) และการจัดส่ง (Dispatch) ด้วยความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง
บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ผลิต (Manufacturers) ผู้จัดจำหน่าย (Distributors) และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ที่ต้องการมองเห็นข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ (Real-time Inventory Visibility) ควบคู่กับการรักษาการควบคุมพื้นที่คลังสินค้าของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ
เหตุผลที่ควรเลือก SGL สำหรับบริการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ณ สถานประกอบการของลูกค้า
ทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์
บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ในงานด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์ในหลากหลายอุตสาหกรรม
เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน
ช่วยลดการลงทุนในด้านบุคลากร ระบบ และการบริหารจัดการการดำเนินงาน
การปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
ใช้มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standardized Workflow) เพื่อเพิ่ม Productivity ลดข้อผิดพลาด และย่นระยะเวลาในการดำเนินงาน
ความยืดหยุ่นในการให้บริการ
สามารถปรับรูปแบบการให้บริการให้สอดคล้องกับปริมาณงานและความต้องการของธุรกิจ
ความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร
สามารถเชื่อมโยงบริการคลังสินค้าเข้ากับการขนส่ง พิธีการศุลกากร และการกระจายสินค้าได้อย่างไร้รอยต่อ
การผสานระบบ WMS เข้ากับการดำเนินงาน
ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) ของ SGL ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนี้:
การติดตามสินค้าคงคลัง
สามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้อย่างแม่นยำในระดับ SKU, Batch หรือ Serial Number
ระบบบาร์โค้ด / QR Code
ช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงาน
การนำระบบดิจิทัลมาใช้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบ Manual และเพิ่ม Productivity โดยรวม
กรณีศึกษา
โรงประกอบรถยนต์ (Automotive Assembly Plant)
ความท้าทาย
โรงประกอบรถยนต์มีความจำเป็นต้องควบคุมการจัดการชิ้นส่วน (Parts) และวัตถุดิบให้สอดคล้องกับแผนการผลิต (Production Schedule) อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในระบบ Just-in-Time (JIT) ที่ต้องลดปริมาณสินค้าคงคลัง แต่ยังคงต้องมั่นใจว่าสายการผลิตจะไม่หยุดชะงัก นอกจากนี้ยังพบปัญหาความคลาดเคลื่อนของสต็อก และการติดตามชิ้นส่วนที่ทำได้ไม่แบบเรียลไทม์
โซลูชันของ SGL
SGL ได้เข้าไปให้บริการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ณ พื้นที่โรงประกอบรถยนต์ โดยจัดทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ยานยนต์ พร้อมนำระบบ WMS เข้ามาช่วยควบคุมและติดตามสถานะของสินค้า
มีการปรับปรุงผังคลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บให้สอดคล้องกับการป้อนชิ้นส่วนเข้าสู่สายการผลิต (Line Feeding) รวมถึงออกแบบขั้นตอนการทำงานให้รองรับระบบ JIT อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งนำระบบ Barcode มาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน
ผลลัพธ์
- เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลสินค้าคงคลังอย่างมีนัยสำคัญ
- ลดปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในสายการผลิต (Line Shortage)
- สนับสนุนการผลิตแบบ Just-in-Time ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดระยะเวลาในการค้นหาและเบิกจ่ายสินค้า
- เพิ่มความต่อเนื่องและเสถียรภาพของกระบวนการผลิต